กล้วยไม้อิงอาศัย ลำลูกกล้วยรูปทรงกระบอก ยาว 3.5–14 ซม. ใบรูปขอบขนานถึงรูปแถบ ยาว 10–20 ซม. ก้านใบสั้นหรือยาวได้ถึง 1 ซม. ช่อดอกแบบช่อกระจะ ออกตรงข้ามใบ ยาว 7–12 ซม. มีขนสั้นนุ่มหนาแน่น ก้านช่อยาวประมาณ 2 ซม. ใบประดับรูปขอบขนาน ยาว 0.8–1.3 ซม. มี 6–12 ดอก ก้านดอกยาว 1.5–2 ซม. รวมรังไข่ ดอกสีขาวอมเขียวปนเหลืองอ่อน มีเส้นกลีบสีน้ำตาลแดง กลีบเลี้ยง 3 กลีบ มีขนสีน้ำตาล กลีบบนรูปใบหอก ยาวประมาณ 1 ซม. กลีบข้างรูปไข่ ยาวเท่า ๆ กลีบบน กลีบดอกรูปไข่กลับแกมรูปใบหอก ยาว 8–9 มม. กลีบปากรูปไข่กลับ ยาวประมาณ 8 มม. ปลายแยกเป็น 3 พู รูปไข่ ยาว 3–4 มม. สีเหลืองเข้ม โคนกลีบด้านในสีน้ำตาลแดงเข้ม มีครีบหนาที่โคน เส้าเกสรยาวประมาณ 4 มม. โคนยาวประมาณ 3 มม. ผลแห้งแตก รูปทรงกระบอก ยาวประมาณ 3 ซม. มีขนสีน้ำตาลแดงหนาแน่น
พบที่อินเดีย เนปาล ภูฏาน พม่า จีนตอนใต้ ไต้หวัน และภูมิภาคอินโดจีน ในไทยพบทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงใต้ ขึ้นตามคบไม้ในป่าดิบเขา ความสูง 1000–2000 เมตร เป็นหนึ่งในพรรณไม้ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานชื่อไทย
สกุล Pinalia Lindl. อยู่ภายใต้วงศ์ย่อย Epidendroideae เผ่า Podochileae มีประมาณ 160 ชนิด พบในเอเชีย ออสเตรเลีย และหมู่เกาะแปซิฟิก ในไทยมีมากกว่า 25 ชนิด รวมที่ย้ายมาจากสกุล Eria
|