| | Paphiopedilum appletonianum (Gower) Rolfe |
|
กล้วยไม้ขึ้นตามพื้นดิน ใบรูปขอบขนานหรือรูปใบหอก ยาว 7–25 ซม. ลายด่างไม่ชัดเจน ช่อดอกส่วนมากมีดอกเดียว ก้านช่อยาว 17–48 ซม. ใบประดับรูปใบหอก ยาว 1.5–2 ซม. ดอกสีเขียวอมขาว กลีบเลี้ยงบนเส้นกลีบสีม่วง กลีบรูปไข่ ยาว 2.7–4.5 ซม. ปลายกลีบเป็นติ่งแหลม โคนเว้าตื้น กลีบคู่ข้างรูปรี ยาว 2–3 ซม. ปลายเรียวแหลม กลีบดอกมีลายสีเขียวอมน้ำตาลและจุดสีน้ำตาลแดง ปลายกลีบสีม่วงอมชมพู กลีบรูปใบพาย ยาว 4.4–5.8 ซม. บิดเล็กน้อย ปลายกลีบแหลมหรือจัก 3 แฉกตื้น ๆ ถุงกลีบปากยาว 3.6–4.6 ซม. ปลายจักซี่ฟันเบี้ยว แผ่นเกสรเพศผู้ที่เป็นหมันสีเหลืองหรืออมม่วง มีแต้มสีเขียว รูปรีกว้าง ยาว 7–9 มม. ปลายจักตื้น ๆ 3 แฉก รังไข่รวมก้านดอก ยาว 3–6 ซม.
พบที่ไห่หนาน และภูมิภาคอินโดจีน ในไทยพบทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ที่ระยอง จันทบุรี ตราด ขึ้นตามป่าดิบชื้น ริมลำธาร ความสูง 600–700 เมตร
| ชื่อพ้อง Cypripedium appletonianum Gower
| | ชื่อสามัญ Appleton’s Paphiopedilum
| | | รองเท้านารีคางกบคอแดง: กลีบดอกมีลายสีเขียวอมน้ำตาลและจุดสีน้ำตาลแดง ปลายกลีบสีม่วงอมชมพู กลีบรูปใบพาย แผ่นเกสรเพศผู้ที่เป็นหมันสีเหลือง มีแต้มสีเขียว ปลายจักตื้น ๆ (ภาพ: ปรีชา การะเกตุ)
|
|
|
เอกสารอ้างอิง | Cribb, P.J. (2011). Orchidaceae (Paphiopedilum). In Flora of Thailand Vol. 12(1): 196–216. |
| Cribb, P.J. (1998). The genus Paphiopedilum. Second Edition. Natural History Publicaion (Borneo) in association with the Royal Botanic Gardens, Kew. |
| Gruss, O. and L. Roellke. (2003). Paphiopedilum vejvarutianum, eine neue Art aus Thailand - schon seit langem unbeachtet in Kultur. Die Orchidee 54. Die Orchidee: 56–59. |
| Liu, Z., X. Chen and P.J. Cribb. (2009). Orchidaceae (Paphiopedilum). In Flora of China Vol. 25: 33. |