Index to botanical names
โลดทะนง
Euphorbiaceae
ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก แยกเพศร่วมต้น หูใบขนาดเล็ก ร่วงเร็ว ใบเรียงเวียน ส่วนมากเรียงหนาแน่นช่วงปลายกิ่ง ส่วนใหญ่มีเส้นโคนใบข้างละ 1 เส้น ช่อดอกคล้ายช่อกระจะ แบบช่อเชิงลด หรือช่อแยกแขนง กลีบเลี้ยงและกลีบดอกจำนวนอย่างละ 5 กลีบ กลีบเลี้ยงเรียงซ้อนเหลื่อม ยาวไม่เท่ากัน ติดทน บางครั้งขยายในผล เกสรเพศผู้ 3 หรือ 5 อัน เชื่อมติดกันเป็นเส้าเกสรสั้น ๆ รังไข่มี 3 ช่อง แต่ละช่องมีออวุลเม็ดเดียว ไม่มีที่เป็นหมันในดอกเพศผู้ ก้านเกสรเพศเมีย 3 อัน สั้นมาก ผลแห้งแตก จัก 3 พู เมล็ดกลมหรือแกมรูปสามเหลี่ยมสกุล Trigonostemon อยู่ภายใต้วงศ์ย่อย Crotonoideae เผ่า Trigonostemoneae มีประมาณ 95 ชนิด พบในเอเชียเขตร้อน ออสเตรเลีย และหมู่เกาะแปซิฟิก ส่วนมากพบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในไทยมี 14 ชนิด ชื่อสกุลมาจากภาษากรีก “trigonos” สามมุม และ “stemon” เกสรเพศผู้ ตามจำนวนเกสรเพศผู้ที่ส่วนมากมี 3 อัน
ไม้พุ่ม สูงได้ถึง 2 ม. รากอวบหนา มีขนสั้นนุ่มตามกิ่ง แผ่นใบทั้งสองด้าน ก้านใบ ช่อดอก ก้านดอก กลีบเลี้ยงด้านนอก รังไข่ และผล ใบรูปขอบขนานหรือรูปใบหอก ยาว 5.5–12 ซม. โคนมน ขอบเป็นต่อมคล้ายจักฟันเลื่อย ก้านใบยาว 0.8–2 ซม. ช่อดอกแบบช่อกระจะ ยาว 9–14 ซม. ดอกสีแดงเลือดนก จานฐานดอกรูปวงแหวน ดอกเพศผู้ก้านดอกยาว 1–2 มม. กลีบเลี้ยงรูปไข่กลับ ยาว 2–3 มม. กลีบดอกรูปขอบขนานแกมรูปไข่กลับ ยาว 4–5 มม. เกสรเพศผู้ 3 อัน ดอกเพศเมียก้านดอกยาว 0.8–1.5 ซม. ขยายในผลยาว 1.5–3.5 ซม. กลีบเลี้ยงรูปขอบขนาน ยาว 2–5 มม. กลีบดอกรูปไข่กลับ ยาว 4–5 มม. ผลเส้นผ่านศูนย์กลาง 1–1.5 ซม.พบที่ภูมิภาคอินโดจีน ในไทยพบแทบทุกภาคยกเว้นภาคใต้ ขึ้นตามป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง หรือที่โล่งแห้งแล้ง ความสูงถึงประมาณ 1100 เมตร รากมีฤทธิ์ทำให้อาเจียนสำหรับบรรเทาอาการโรคหืด
ชื่อพ้อง Baliospermum reidioides Kurz
ชื่ออื่น ข้าวเย็นเนิน, ทะนงแดง (ประจวบคีรีขันธ์); ดู่เตี้ย, ดู่เบี้ย (เพชรบุรี); ทะนง, รักทะนง (นครราชสีมา); นางแซง (อุบลราชธานี); โลดทะนง (ปราจีนบุรี, ราชบุรี, ตราด); โลดทะนงแดง (บุรีรัมย์); หนาดคำ (ภาคเหนือ); หัวยาข้าวเย็นเนิน (ราชบุรี)
โลดทะนง: ดอกสีแดงเลือดนก จานฐานดอกรูปวงแหวน ก้านเกสรเพศเมีย 3 อัน รังไข่และผลมีขนสั้นนุ่ม ผลจัก 3 พู กลีบเลี้ยงติดทน (ภาพ: ปรีชา การะเกตุ, ราชันย์ ภู่มา)
ไม้พุ่ม อาจสูงได้ถึง 5 ม. กิ่งอ่อนมีขนประปราย กิ่งแก่มีช่องอากาศ ใบรูปขอบขนาน รูปใบหอก หรือแกมรูปไข่กลับ ยาว 8.5–24 ซม. ปลายแหลมยาว โคนมนหรือเรียวสอบเป็นก้านใบ ขอบเรียบ ก้านใบยาว 0.3–1.5 ซม. ดอกสีเหลือง โคนมีปื้นสีแดง จานฐานดอกรูปวงแหวน ดอกเพศผู้ออกเป็นกระจุกตามกิ่ง ก้านดอกยาว 2–3 มม. กลีบเลี้ยงรูปไข่ ยาว 1.3–1.5 มม. กลีบดอกรูปไข่ ยาวประมาณ 3 มม. เกสรเพศผู้ 3 อัน ดอกเพศเมียออกเดี่ยว ๆ หรือเป็นช่อกระจะ ยาว 4–4.5 ซม. ใบประดับคล้ายใบ ก้านดอกยาว 1.5–2 ซม. กลีบเลี้ยงรูปขอบขนาน ยาวประมาณ 1.5 มม. กลีบดอกรูปรี ยาว 1.5–2 มม. ผลเส้นผ่านศูนย์กลาง 6–7 มม.พบที่พม่า เวียดนาม คาบสมุทรมลายู บอร์เนียว สุมาตรา และฟิลิปปินส์ ในไทยพบทางภาคใต้ที่ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช นราธิวาส สตูล ขึ้นใต้ร่มเงาในป่าดิบชื้น และป่าดิบเขา ความสูงถึงประมาณ 1300 เมตร
โลดทะนงเขา: ดอกเพศผู้ออกเป็นกระจุกตามกิ่ง ดอกสีเหลือง โคนมีปื้นสีแดง ดอกเพศเมียออกเป็นช่อกระจะ ใบประดับคล้ายใบ (ภาพ: ปรีชา การะเกตุ)
ไม้พุ่ม อาจสูงได้ถึง 6 ม. กิ่งอ่อนมีขนประปราย กิ่งแก่มีช่องอากาศประปราย ใบรูปรีถึงรูปใบหอก ยาว 10–32 ซม. ปลายแหลม โคนมนหรือกลม ขอบจักมน ก้านใบยาว 2.5–14 ซม. ปลายก้านมีต่อม 2 ต่อม ดอกสีเหลือง จานฐานดอกเป็นต่อม 5 ต่อม ช่อดอกแบบช่อกระจุกแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่ง ยาวได้ถึง 20 ซม. แกนช่อเป็นเหลี่ยม มีขนละเอียด ดอกเพศผู้ ก้านดอกยาว 2–5 มม. กลีบเลี้ยงรูปไข่ ยาวประมาณ 1.5 มม. ด้านนอกมีขน กลีบดอกรูปรี ยาว 3–3.5 มม. เกสรเพศผู้ 5 อัน ดอกเพศเมียคล้ายดอกเพศผู้ ขนาดใหญ่กว่าเล็กน้อย ก้านดอกยาว 3.5–4 มม. ขยายในผลยาว 2.5–4.2 ซม. ใบประดับขนาดเล็ก รังไข่เกลี้ยง ผลเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.5 ซม. ผิวมีตุ่มคล้ายหนามพบที่จีนตอนใต้ พม่า ลาว และเวียดนาม ในไทยพบทางภาคเหนือ ขึ้นตามป่าดิบแล้งริมลำธารหรือป่าสนเขา ความสูง 350–1500 เมตร
โลดทะนงเหลือง: ช่อดอกแบบช่อกระจุกแยกแขนง ออกที่ปลายกิ่ง แกนช่อเป็นเหลี่ยม ดอกสีเหลือง ผลผิวมีตุ่มคล้ายหนาม (ภาพ: ราชันย์ ภู่มา)
ไม้พุ่ม สูง 1–2 ม. มีขนยาวสีน้ำตาลหนาแน่นตามกิ่ง แผ่นใบทั้งสองด้าน ก้านใบ ช่อดอก ใบประดับ ก้านดอก กลีบเลี้ยงด้านนอก รังไข่ และผล ใบรูปใบหอกกลับ ยาว 10–35 ซม. โคนเรียวสอบ ปลายเว้าตื้น ขอบเรียบหรือจักฟันเลื่อย ก้านใบยาว 3–6 มม. ช่อดอกแบบช่อกระจะ ยาว 1–2.5 ซม. ใบประดับรูปใบหอก ยาว 1–2 ซม. ติดทน ดอกสีแดงเลือดนก จานฐานดอกเป็นต่อม 5 ต่อม ดอกเพศผู้ก้านดอกสั้น กลีบเลี้ยงรูปขอบขนาน ยาว 1.5–2.5 มม. กลีบดอกรูปไข่กลับ ยาว 4–4.5 มม. เกสรเพศผู้ 3 อัน ดอกเพศเมียออกเดี่ยว ๆ มีก้านสั้น ๆ หรือติดบนปลายช่อดอกที่ยาวได้ถึง 6 ซม. กลีบเลี้ยงรูปใบหอก ยาวประมาณ 5 มม. ขยายในผล กลีบดอกรูปไข่กลับ ยาว 4.5–5 มม. ผลเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6 มม.พบที่ไห่หนาน พม่า และลาว ในไทยพบทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนที่บึงกาฬ และภาคใต้ที่ชุมพร ขึ้นตามป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น ความสูง 100–400 เมตร
ชื่อพ้อง Trigonostemon heterophyllus Merr.
โลดทะนงใบขน: มีขนยาวหนาแน่นตามกิ่ง ใบ ช่อดอก ใบประดับ และผล ดอกสีแดงเลือดนก ดอกเพศผู้ก้านดอกสั้น ผลบางครั้งติดที่ปลายช่อ (ภาพ: ราชันย์ ภู่มา)
Chantaranothai, P. (2007). Euphorbiaceae (Trigonostemon). In Flora of Thailand Vol. 8(2): 573–585.
Li, B. and M.G. Gilbert. (2008). Euphorbiaceae (Trigonostemon). In Flora of China Vol. 11: 272–274.