| | Lagerstroemia loudonii Teijsm. & Binn. |
|
ไม้ต้น สูงได้ถึง 15 ม. เปลือกคล้ายเสลา เปลือกในสีม่วง ใบรูปรี หรือรูปขอบขนาน ยาว 4–21 ซม. แผ่นใบมีขนสั้นนุ่มทั้ง 2 ด้าน ก้านใบยาว 2–5 มม. ช่อดอกยาว 10–30 ซม. ตาดอกรูปไข่ ยาว 5–9 มม. ก้านดอกเทียมยาว 2–7 มม. หลอดกลีบเลี้ยงยาว 3–4 มม. มีสันประมาณ 12 สันตามยาวไม่ชัดเจน มี 6–8 กลีบ รูปสามเหลี่ยม ยาว 3–6 มม. ด้านนอกมีขนสั้นนุ่ม ด้านในมีขนช่วงปลายกลีบ ปลายกลีบพับงอกลับในผล ดอกสีชมพูเข้มหรือม่วง เปลี่ยนเป็นสีอ่อน มี 6–8 กลีบ รูปไข่กลับ ยาว 1.5–2 ซม. ก้านกลีบยาวประมาณ 7 มม. ขอบกลีบเป็นคลื่น จักชายครุย แผ่นกลีบย่น เกสรเพศผู้วงนอก 6–7 อันยาวกว่าวงใน รังไข่มีขนสั้นนุ่ม ผลรูปรี ยาว 1–2 ซม. แตกเป็น 5–6 ซีก (ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ ตะแบก, สกุล)
พบที่พม่า ภูมิภาคอินโดจีน ในไทยพบทางภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงใต้ ภาคกลาง และภาคตะวันตกเฉียงใต้ ขึ้นตามป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าชายหาด ความสูงถึงประมาณ 400 เมตร เป็นไม้ประดับทั่วไป
| | | ชื่อสามัญ Thai bungor
| ชื่ออื่น เกรียบ, ตะเกรียบ (ชอง-จันทบุรี); ตะแบกขน, เสลา (นครราชสีมา); เสลาใบใหญ่ (ประจวบคีรีขันธ์, สระบุรี); อินทรชิต (ปราจีนบุรี)
| | อินทรชิต: ดอกสีชมพูเข้มหรือม่วง เปลี่ยนเป็นสีอ่อน ขอบกลีบเป็นคลื่น จักชายครุย แผ่นกลีบย่น เกสรเพศผู้วงนอก 6–7 อันยาวกว่าวงใน (ภาพ: มนตรี ธนรส, ราชันย์ ภู่มา)
|
|
|