กล้วยไม้ขึ้นบนหิน เหง้าทอดเลื้อย ลำต้นอวบน้ำ มีรากตามข้อ มี 3–7 ใบ ออกเป็นกระจุกที่โคนต้น ก้านใบยาวได้ถึง 3.4 ซม. ใบรูปไข่ถึงรูปขอบขนาน ยาว 0.8–8.5 ซม. แผ่นใบหนา ด้านบนสีเขียวเข้ม มีสีขาวและสีน้ำตาลแดงแซม ด้านล่างมีสีม่วงแซม ปลายแหลม มน หรือเป็นติ่งแหลม ช่อดอกคล้ายช่อเชิงลด ออกที่ปลายยอด ตั้งตรง สูง 9–28 ซม. แกนช่อยาว 1–9 ซม. ดอกเรียงห่าง ๆ มีขนสั้นนุ่ม ใบประดับคล้ายท้องเรือ ยาว 0.7–1.5 ซม. มีเส้นตามยาว 1 เส้น มี 2–18 ดอก สีขาว ก้านดอกสั้น กลีบเลี้ยงบนรูปไข่ ปลายมน ยาว 0.7–1 ซม. กลีบข้างรูปรี เบี้ยว ยาว 0.9–1.2 ซม. กลีบดอกรูปเคียว ปลายมน ยาว 0.8–1.1 ซม. กลีบปากกลางกลีบเป็นร่อง ปลายรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง ขนาดประมาณ 3 มม. เส้าเกสรบิดเวียน ยาว 4–7 มม. อับเรณูสีเหลือง ยาว 4–4.5 มม. ก้านดอกรวมรังไข่ ยาว 0.8–1.6 ซม. ฝักรูปกระสวย มีขนสั้นนุ่ม ยาว 1.2–1.6 ซม.
พบที่พม่า จีนตอนใต้ ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ในไทยพบทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ที่จันทบุรี และกระจายทั่วไปทางภาคใต้ พบขึ้นตามโขดหินริมลำธารในป่าดิบชื้น ความสูงถึงประมาณ 1100 เมตร อนึ่ง ข้อมูลส่วนใหญ่ใช้ชื่อ L. discolor (Ker Gawl.) A. Rich. รวมทั้งใน The Plant List และ Catalogue of Life เนื่องจาก A. Richard เป็นผู้ตั้งสกุล แต่ผู้ที่ย้ายชนิดที่ถูกต้องคือ C.L. von Blume
สกุล Ludisia A. Rich. อยู่ภายใต้วงศ์ย่อย Orchidoideae เผ่า Cranichideae มีชนิดเดียว ชื่อสกุลอาจตั้งตามชื่อบุคคล
|