กล้วยไม้ดิน เหง้าเจริญด้านข้าง ลำต้นทอดเลื้อย มีรากตามข้อ ใบเรียงเวียน สีน้ำตาลแกมเขียว เส้นใบสีน้ำตาลแดง ใบรูปรีหรือรูปไข่ ยาว 1.8–7 ซม. แผ่นใบหนา ปลายแหลม มน หรือเป็นติ่ง โคนเบี้ยว ช่อดอกแบบช่อกระจะ ออกที่ยอด ตั้งตรง สูงได้ถึง 17 ซม. มีขนสั้นนุ่มหรือขนต่อมกระจาย แกนช่อยาวประมาณ 1.8 ซม. มี 1–5 ดอก ใบประดับรูปไข่ ยาว 1–1.5 ซม. มีขนสั้นนุ่ม ดอกสีขาว ก้านดอกสั้น กลีบเลี้ยงมีขนสั้นนุ่ม กลีบบนรูปใบหอกแกมรูปไข่ ยาว 1–1.2 ซม. กลีบข้างรูปใบหอก เบี้ยว ยาวประมาณ 1.1 ซม. กลีบดอกรูปใบหอก เบี้ยว ยาวประมาณ 1.2 ซม. กลีบปาก ยาว 7–9 มม. มีจุดสีชมพู 2 จุด กลางกลีบจักซี่หวี ปลายกลีบปากจัก 2 พู ยาว 5–7 มม. เดือยชี้ไปด้านหลัง ยาวได้ถึง 1.4 ซม. เส้าเกสรตรง ยาว 6–8 มม. มีปีกจรดโคนเดือย ก้านดอกรวมรังไข่ ยาวประมาณ 1.5 ซม.
พบที่คาบสมุทรมลายู สุมาตรา และบอร์เนียว ในไทยพบกระจายห่าง ๆ ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ที่ปราจีนบุรี และภาคใต้ที่ตรัง นครศรีธรรมราช ขึ้นตามป่าดิบชื้น ความสูง 600–900 เมตร
สกุล Anoectochilus Blume อยู่ภายใต้วงศ์ย่อย Orchidoideae เผ่า Cranichideae พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลียตอนบน และหมู่เกาะแปซิฟิก ในไทยมี 6 ชนิด ชื่อสกุลมาจากภาษากรีก “anoiktos” เปิด และ “cheilos” กลีบปาก ตามลักษณะกลีบปาก
|