ไม้ล้มลุก ใบรูปขอบขนานหรือรูปใบหอก ยาว 20–60 ซม. ปลายแหลมหรือเป็นติ่งแหลม โคนแหลม เบี้ยวเล็กน้อย ก้านใบยาว 15–30 ซม. รวมกาบใบ ช่อดอกมี 1–3 ช่อ ยาวได้ถึง 70 ซม. แต่ละช่อมี 4–25 ดอก ใบประดับมี 2 คู่ ไร้ก้าน สีเขียวอ่อนอมม่วงหรือสีอมม่วงน้ำตาล คู่นอกรูปไข่ รูปขอบขนาน ยาวได้ถึง 6 ซม. คู่ในรูปไข่หรือรูปไข่กลับ ยาว 7–14 ซม. ใบประดับย่อยมี 5–25 อัน สีอ่อนกว่าใบประดับ ยาว 10–25 ซม. หลอดกลีบสั้น กลีบสีม่วงอมน้ำตาล รูปใบหอก ยาว 0.5–1.2 ซม. ก้านดอกยาว 2–3.5 ซม. ผลสดมีหลายเมล็ด รูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม มีสันกลาง สีน้ำตาลม่วง เมล็ดรูปคล้ายไต
พบที่อินเดีย ศรีลังกา บังกลาเทศ จีน พม่า ลาว เวียดนาม และคาบสมุทรมลายู ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น ความสูงถึงประมาณ 1000 เมตร บางครั้งพบเป็นไม้ประดับ
|
|
|
ชื่อสามัญ Bat flower, Cat’s whiskers
|
ชื่ออื่น กลาดีกลามูยี (มาเลย์-ปัตตานี); คลุ้มเลีย, ว่านหัวฬา (จันทบุรี); ดีงูหว้า (ภาคเหนือ); ดีปลาช่อน (ตราด); นิลพูสี (ตรัง);
เนระพูสีไทย (ภาคกลาง); มังกรดำ (กรุงเทพฯ); ม้าถอนหลัก (ชุมพร); ละเบ๊าะบูเก๊ะ (มาเลย์-ยะลา); ว่านค้างคาว (ทั่วไป); ว่านพังพอน (ยะลา)
|
|
ว่านค้างคาว: ช่อดอกแบบช่อซี่ร่ม ใบประดับขนาดใหญ่ 2 คู่ ไร้ก้าน ใบประดับย่อยรูปเส้นด้ายจำนวนมาก ผลรูปขอบขนานแกมสามเหลี่ยม มีสันกลาง (ภาพ: ราชันย์ ภู่มา, สุคนธ์ทิพย์ ศิริมงคล)
|
|