สารานุกรมพืชในประเทศไทย (ฉบับย่อ)
(Concise Encyclopedia of Plants in Thailand)


หมวดตัวอักษร 


Index to botanical names


ค้นหาคำศัพท์
ค้นหาคำศัพท์   

ราชาวดี

ราชาวดีหลวง
วันที่ 28 เมษายน 2560

Buddleja macrostachya Wall. ex Benth.

Scrophulariaceae

ไม้พุ่ม สูงได้ถึง 5 ม. มีขนกระจุกตามกิ่งอ่อน แผ่นใบ กลีบเลี้ยงและหลอดกลีบดอกด้านนอก หลอดกลีบดอก และผล ใบรูปขอบขนานหรือรูปใบหอก ยาว 4–4.5ซม. ปลายแหลมยาว โคนรูปลิ่มหรือเรียวสอบจรดลำต้น ขอบจักมน เส้นแขนงใบข้างละ 15–25 เส้น ไร้ก้านหรือเกือบไร้ก้าน ช่อดอกแบบช่อเชิงลด ออกที่ปลายกิ่ง ยาว 5–20 ซม. เรียงหนาแน่น หลอดกลีบเลี้ยงยาว 3–6 มม. กลีบรูปสามเหลี่ยม ยาวประมาณ 2 มม. ดอกสีชมพูอมม่วง ปากหลอดสีส้ม หลอดกลีบดอกยาว 0.8–1 ซม. กลีบกลม ยาว 2–4 มม. อับเรณูยาวประมาณ 2 มม. รังไข่มีขนกระจุกสั้นนุ่ม ก้านเกสรเพศเมียยาว 0.5–3 มม. ยอดเกสรรูปคล้ายกระบอง ผลแห้งแตก รูปรี ยาว 0.7–1 ซม.

พบที่อินเดีย ภูฏาน บังกลาเทศ พม่า จีนตอนใต้ และเวียดนาม ในไทยพบทางภาคเหนือที่ดอยเชียงดาวและดอยผ้าห่มปก จังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นตามที่โล่งบนเขาหินปูน ความสูง 1600–2200 เมตร

ราชาวดีหลวง: ถิ่นที่อยู่บนที่โล่งเขาหินปูน ช่อดอกแบบช่อเชิงลด ออกที่ปลายกิ่ง มีแต้มสีส้มที่ปากหลอดกลีบดอก (ภาพ: สุคนธ์ทิพย์ ศิริมงคล)

ราชาวดี  สกุล
วันที่ 28 เมษายน 2560

Buddleja L.

Scrophulariaceae

ไม้พุ่มหรือรอเลื้อย หูใบคล้ายใบหรือลดรูป ลำต้นมักเป็นสี่เหลี่ยม ใบส่วนมากเรียงตรงข้าม ขอบเรียบหรือจักซี่ฟัน ช่อดอกคล้ายช่อกระจุกแยกแขนง ช่อเชิงลด หรือช่อแยกแขนง ช่อกระจุกย่อยมี 1–3 ดอก ใบประดับคล้ายใบ ดอกสมบูรณ์เพศหรือมีเพศเดียว กลีบเลี้ยงรูปถ้วย ปลายแยกเป็น 4 กลีบ ติดทน ดอกรูประฆัง รูปดอกเข็ม หรือรูปแตร มี 4 กลีบ เรียงซ้อนเหลื่อม ปากหลอดกลีบมักมีขนสั้นนุ่ม เกสรเพศผู้ 4 อัน ติดภายในหลอดกลีบระหว่างกลีบดอก ก้านชูอับเรณูสั้นหรือไร้ก้าน อับเรณูติดหันเข้า โคนแฉกลึกรูปหัวใจ รังไข่มี 2–4 ช่อง ออวุลจำนวนมาก ยอดเกสรเพศเมียเป็นตุ่มหรือจัก 2 พู ผลแห้งแตกตามรอยประสานหรือผลสด เมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก มีปีกที่ปลายทั้งสองด้าน

สกุล Buddleja เคยอยู่ภายใต้วงศ์ Buddlejaceae และ Loganiaceae พบในเขตร้อนทั้งในอเมริกา แอฟริกา และเอเชีย มีประมาณ 125 ชนิด ในไทยมีพืชพื้นเมือง 2 ชนิด และหลายชนิดพบเป็นไม้ประดับ เช่น ราชาวดีม่วง B. davidii Franch. ที่ช่อดอกคล้ายช่อกระจุกแยกแขนง มีหลากสายพันธุ์ ชื่อสกุลตั้งตามนักพฤกษศาสตร์ชาวอังกฤษ Adam Buddle (1660–1715)

ราชาวดีม่วง: ช่อดอกคล้ายช่อกระจุกแยกแขนง ดอกสีม่วง หลอดกลีบดอกเกลี้ยง ปากหลอดกลีบดอกสีส้ม และมีหลายสายพันธุ์ (ภาพ: ราชันย์ ภู่มา)

ราชาวดี
วันที่ 28 เมษายน 2560

Buddleja asiatica Lour.

Scrophulariaceae

ไม้พุ่ม สูงได้ถึง 5 ม. มีขนกระจุกสั้นนุ่มหนาแน่นตามกิ่งอ่อน แผ่นใบด้านล่าง ช่อดอก กลีบเลี้ยงและกลีบดอกด้านนอก ใบรูปไข่ รูปขอบขนาน หรือรูปใบหอก ยาวได้ถึง 16 ซม. ปลายแหลมยาว โคนเรียวสอบ ขอบจักฟันเลื่อย ก้านใบยาว 0.2–1.5 ซม. ช่อดอกแบบช่อเชิงลด ยาวได้ถึง 30 ซม. บางครั้งแยกแขนง ก้านดอกยาวประมาณ 2 มม. หลอดกลีบเลี้ยง ยาว 1.5–4.5 มม. กลีบรูปสามเหลี่ยมแคบ ยาวประมาณ 1.5 มม. ดอกสีขาวหรืออมเขียว หลอดกลีบยาว 2.5–6 มม. กลีบกลม ยาว 1–1.7 มม. ขอบเรียบหรือจักเป็นคลื่น อับเรณูยาวประมาณ 1 มม. รังไข่เกลี้ยงหรือมีเกล็ดรังแค ปลายเรียวยาวเป็นก้านเกสรเพศเมีย ยาวได้ถึง 3.5 มม. ผลแห้งแตก รูปรี ยาว 3–5 มม.

พบที่อินเดีย บังกลาเทศ เนปาล จีนตอนใต้ พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย นิวกินี และฟิลิปปินส์ ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามที่โล่ง ชายป่า ความสูง 200–2500 เมตร และเป็นไม้ประดับ ดอกขยี้ใช้ทาแก้โรคผิวหนัง ใบและกิ่งอาจมีพิษ ใช้เบื่อปลา ต้นที่เป็นไม้ประดับ ใบส่วนมากรูปไข่ ดอกหนาแน่น มักเข้าใจว่าเป็น B. paniculata Wall. ที่ขอบใบเรียบ ช่อดอกคล้ายช่อกระจุกแยกแขนงสั้น ๆ ดอกมีทั้งสีม่วง ชมพู และขาว หลอดกลีบดอกยาว 0.6–1 ซม. รังไข่มีขน และยอดเกสรเพศเมียรูปกระบอง

ชื่อสามัญ  Asian butterfly bush, White butterfly bush, Winter lilac

ชื่ออื่น   เกี๊ยงพาไหล (เชียงใหม่); ไคร้บก (ภาคเหนือ); ไคร้หางหมา (เชียงใหม่); งวงช้าง (ชัยภูมิ); ดอกด้ายน้ำ (เชียงใหม่, แม่ฮ่องสอน); ดอกด้ายหางหมา (เชียงใหม่, ลำปาง); ดอกถ่อน (เลย); ดอกฟู (เชียงใหม่); ดอกแม่ม่าย (กาญจนบุรี); ปวกน้ำ (เชียงราย); ปุนปุ๊ก (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน); พู่จี่บอย (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน); โพหนองปี๊ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี); ฟอน (เลย); มะหาดน้ำ (เชียงใหม่); แม่ม่าย (กาญจนบุรี); ราชาวดีป่า, หญ้าน้ำแป้ง, หัวเถื่อน (เชียงใหม่)

ราชาวดี: ช่อดอกแบบช่อเชิงลด ออกเดี่ยว ๆ หรือแยกแขนง ปากหลอดกลีบดอกมีขนสั้นนุ่ม (ภาพ: สุคนธ์ทิพย์ ศิริมงคล, ปรีชา การะเกตุ, ราชันย์ ภู่มา)

ราชาวดี
วันที่ 15 ธันวาคม 2559

Citharexylum spinosum L.

Verbenaceae

ดูที่ บุหงาส่าหรี

ราชาวดีม่วง
วันที่ 28 เมษายน 2560

Buddleja davidii Franch.

Scrophulariaceae

ดูที่ ราชาวดี



เอกสารอ้างอิง

Li, B. and A.J.M. Leeuwenberg. (1996). Loganiaceae. In Flora of China Vol. 15: 329–337.

Opie, P. and J. Parnell. (2002). Buddlejaceae. In Flora of Thailand Vol. 7(4): 655–661.