| ไม้พุ่ม สูงได้ถึง 7 ม. ส่วนต่าง ๆ มีน้ำยางสีขาว รากสะสมอาหารขนาดใหญ่ กิ่งมักมีริ้วสีแดง หูใบรูปใบหอก ยาว 5–7 มม. เรียบหรือมีติ่งแหลม 1–2 อัน ร่วงเร็ว ใบรูปฝ่ามือ ส่วนมากมี 3–9 พู โคนเชื่อมติดกันแบบก้นปิด เหนือโคนใบประมาณ 2 ซม. แต่ละพูเรียวแคบ รูปใบหอกกลับ ยาว 8–18 ซม. โคนมักเบี้ยว ยกเว้นพูกลาง ปลายแหลมยาว แผ่นใบบางครั้งด่าง ช่อดอกคล้ายช่อกระจะ ออกตามซอกใบใกล้ปลายกิ่ง มี 1–5 ช่อ ยาว 5–8 ซม. ดอกเพศผู้อยู่ช่วงปลายช่อ ดอกเพศเมียอยู่ที่โคนช่อ ก้านดอกยาว 5–8 ซม. ดอกเพศผู้ กลีบเลี้ยง 5 กลีบ โคนเชื่อมติดกันประมาณกึ่งหนึ่ง ยาวประมาณ 7 มม. สีม่วงอมแดง ด้านในมีขน จานฐานดอกมี 10 พู เกสรเพศผู้มีประมาณ 10 อัน เรียง 2 วง ยาว 6–7 มม. ดอกเพศเมีย กลีบเลี้ยงแยกหรือเชื่อมติดกันที่โคน ยาวประมาณ 1 ซม. รังไข่มี 3 ช่อง ก้านเกสรเพศเมียสั้น ยอดเกสรโค้งงอ มีรอยจีบ ผลรูปรี ยาว 1.5–1.8 ซม. แห้งแตกเป็น 3 ซีก มีครีบคล้ายปีกตามยาว 6 ปีก ผิวสาก แต่ละช่องมีเมล็ดเดียว เมล็ดรูปสามเหลี่ยม ยาวประมาณ 1 ซม.
มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ ปลูกเป็นไม้เศรษฐกิจทั่วไปในเขตร้อนเพื่อเอาแป้งมันจากหัวใต้ดิน มีสาร hydrocyanic acid มีพิษถึงตายได้ถ้ากินดิบ ปลูกง่าย ทนแล้ง สายพันธุ์ด่างบางครั้งพบปลูกเป็นไม้ประดับ
สกุล Manihot มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ โดยเฉพาะบราซิล มีประมาณ 60 ชนิด ในไทยพบ 2 ชนิด อีกชนิดคือ ยางเซียร่า Manihot carthaginensis subsp. glaziovii (Müll.Arg.) Allem ที่ปลูกเพื่อเอาน้ำยาง แต่ปริมาณและคุณภาพไม่เท่ายางพารา ชื่อสกุลมาจากภาษาบราซิเลี่ยน “manioc” ที่ใช้เรียกพืชชนิดนี้
| | | ชื่อสามัญ Cassava, Manioc, Tapioca, Yuca
| ชื่ออื่น ต้างน้อย, ต้างบ้าน (ภาคเหนือ); มันตัน, มันไม้ (ภาคใต้); มันสำปะหลัง, มันสำโรง, สำปะหลัง (ภาคกลาง); มันหิ่ว (พังงา); อุบีกายู (มาเลย์-ภาคใต้)
| | มันสำปะหลัง: ใบรูปฝ่ามือ หูใบรูปใบหอก ผลรูปรี มีครีบคล้ายปีกตามยาว 6 ปีก (ภาพ: มานพ ผู้พัฒน์)
|
|
|