Index to botanical names
มะเฟือง
Oxalidaceae
ไม้ต้น สูงได้ถึง 15 ม. เนื้อไม้สีขาว เปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อถูกอากาศ ไม่มีหูใบ ใบประกอบปลายคี่ ส่วนมากมีใบย่อย 5–6 คู่ รูปไข่หรือแกมรูปขอบขนาน ยาว 4–10 ซม. ช่อดอกแบบช่อแยกแขนงออกตามซอกใบ กิ่ง หรือลำต้น ยาวได้ถึง 7 ซม. ก้านดอกยาว 3–6 มม. มีข้อที่ใต้ดอก ยาวประมาณ 8 มม. กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ขนาดเล็ก สีคล้ายกลีบดอก ดอกสีแดงอมชมพู มี 5 กลีบ รูปใบหอก ยาว 5–6 มม. เชื่อมติดกันเหนือก้านกลีบ ด้านในมีขนต่อมประปราย เกสรเพศผู้ 10 อัน อันยาว 5 อัน เป็นหมัน 5 อัน รังไข่ส่วนมากมี 5 ช่อง แต่ละช่องมีออวุล 3–5 เม็ด เกสรเพศเมีย 5 อัน ผลสดมีหลายเมล็ด รูปรีหรือรูปขอบขนาน ยาวได้ถึง 12 ซม. มีครีบคล้ายปีก 5 อัน ตัดตามขวางรูปดาวห้าแฉก เมล็ดมีเยื่อหุ้มเข้าใจว่ามีถิ่นกำเนิดในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ไม่พบในธรรมชาติ ปลูกเป็นไม้ผลมานาน ต้น ใบ ราก และผลมีสรรพคุณทางสมุนไพรหลายอย่าง ชื่อชนิดมาจากภาษาสเปนหรือภาษาโปรตุเกส ที่ใช้เรียกต้นไม้ชนิดนี้หรือตะลิงปลิงสกุล Averrhoa L. มีเพียง 2 ชนิด อีกชนิดคือ ตะลิงปลิง A. bilimbi L. ซึ่งน่าจะมีถิ่นกำเนิดเช่นเดียวกับมะเฟือง ซึ่งคำระบุชนิดเป็นชื่อพื้นเมืองเรียกในอินเดียและศรีลังกา เนื่องจากตัวอย่างพรรณไม้ต้นแบบมาจากศรีลังกา ผลไม่มีครีบ ใบประกอบมีใบย่อยมากกว่า และเมล็ดไม่มีเยื่อหุ้ม ชื่อสกุลตั้งตามนายแพทย์ชาวมัวร์ (Moorish) ทางตอนเหนือของแอฟริกา Averrhoes (1149–1217) อาศัยอยู่ในสเปน และเป็นผู้แปลงานของอริสโตเติลเป็นภาษาอาหรับ
ชื่อสามัญ Carambola, Star fruit
ชื่ออื่น มะเฟือง (ทั่วไป); สะบือ (เขมร)
มะเฟือง: ใบประกอบมีใบย่อย 5–6 คู่ ช่อดอกออกตามกิ่ง มีข้อที่ใต้ดอก กลีบดอกเชื่อมติดกันเหนือก้านกลีบ (ภาพ: ราชันย์ ภู่มา)
Samson, J.A. (1992). Edible fruits and nuts. In Plant Resources of South-East Asia 2. Pudoc, Wageningen, The Netherlands.
Veldkamp, J.F. (1970). Oxalidaceae. In Flora of Thailand Vol. 2(1): 21–23.