ไม้พุ่มรอเลื้อยหรือไม้เถา ยาวได้ถึง 10 ม. ใบเรียงตรงข้ามหรือเกือบตรงข้าม รูปรี รูปขอบขนาน หรือแกมรูปไข่ ยาว 3.5–10 ซม. ปลายแหลมหรือยาวคล้ายหาง ก้านใบยาว 3–6 มม. ช่อดอกแบบช่อซี่ร่ม ออกตามปลายกิ่ง ก้านช่อยาว 1.5–4 ซม. แต่ละช่อมี 3–12 ดอก ใบประดับ 2–4 ใบ สีครีมอ่อน ๆ บาง รูปรีหรือรูปไข่ ยาว 2–4.5 ซม. ติดประมาณกึ่งกลางหรือใต้จุดกึ่งกลางก้านช่อ ก้านดอกยาวประมาณ 1 ซม. ใบประดับย่อยรูปแถบยาวได้ถึง 1 ซม. ร่วงเร็ว กลีบเลี้ยงเชื่อมติดเป็นหลอดยาว 0.5–1.3 ซม. แยกเป็น 5 กลีบ รูปแถบ พับงอกลับ ยาว 6–9 มม. ดอกสีขาว มี 10 กลีบ รูปกระบอง ยาวได้ถึง 6 มม. เกสรเพศผู้ 10 อัน ติดบนจานฐานดอก ยาวไม่เท่ากัน ยาว 4–9 มม. จานฐานดอกจักเป็นพูไม่เท่ากัน รังไข่มีขนยาวคล้ายไหม ก้านเกสรเพศเมียยาวประมาณ 1 ซม. ยอดเกสรคล้ายจาน ผลผนังชั้นในแข็ง รูปรี ยาว 0.8–1.2 ซม. มีขนยาว มีหลอดกลีบเลี้ยงหุ้ม
พบที่อินเดีย บังกลาเทศ พม่า และภูมิภาคอินโดจีน ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง และป่าดิบเขา ความสูงถึงประมาณ 1100 เมตร สารสกัดจากรากใช้เป็นยาฆ่าแมลง เปลือกใช้เบื่อปลา
สกุล Linostoma Wall. ex Endl. มี 4 ชนิด พบที่อินเดีย บังกลาเทศ พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ในไทยมี 3 ชนิด ชื่อสกุลมาจากภาษากรีก “linon” ตาข่าย และ “stoma” ปาก หมายถึงลักษณะของปากใบรูปตาข่าย
|