Index to botanical names
ตองแตก
Euphorbiaceae
ไม้พุ่ม แยกเพศร่วมต้นหรือต่างต้น หูใบขนาดเล็ก ใบเรียงเวียน มีต่อม 2 ต่อมที่โคน ขอบใบจักฟันเลื่อยหรือจักมน มีต่อมที่รอยจักด้านล่าง เส้นโคนใบ 3–5 เส้น ช่อดอกแบบช่อกระจะหรือแยกแขนง ช่อดอกเพศผู้มีดอกจำนวนมาก ไม่มีกลีบดอก กลีบเลี้ยงส่วนมากมี 5 กลีบ บาง ดอกเพศเมียขนาดใหญ่กว่าดอกเพศผู้เล็กน้อย จานฐานดอกรูปวงแหวนหรือจักเป็นต่อม รังไข่มี 3 ช่อง แต่ละช่องมีออวุลเม็ดเดียว ยอดเกสรเพศเมีย 3 อัน แผ่กว้างเป็นปีก ปลายแยกเป็น 2 แฉก ติดทน ผลแห้งแตก มี 3 พู แกนกลางติดทน เมล็ดกลม มีปื้น มีจุกขั้วสกุล Baliospermum อยู่ในวงศ์ย่อย Crotonoideae เผ่า Codiaeae มี 5 ชนิดพบในประเทศแถบเทือกเขาหิมาลัย จีนตอนใต้ พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ในไทยมี 2 ชนิด ชื่อสกุลมาจากภาษากรีก “balios” จุดหรือปื้น และ “sperma” เมล็ด ตามลักษณะของเมล็ดที่มีปื้น
ไม้พุ่ม สูงได้ถึง 2 ม. ใบรูปไข่หรือรูปขอบขนาน บางครั้งจัก 3–5 พูตื้น ๆ ยาว 8–20 ซม. โคนมักกลม ช่อดอกเพศผู้ยาวได้ถึง 15 ซม. ช่อดอกเพศเมียสั้น ยาวไม่เกิน 1 ซม. ดอกเพศผู้ก้านดอกยาวได้ถึง 1.2 ซม. กลีบเลี้ยงรูปไข่ ยาวประมาณ 1.5 มม. จานฐานดอกรูปถ้วยคล้ายวงแหวน เกสรเพศผู้ 10–12 อัน ก้านชูอับเรณูยาวประมาณ 1 มม. ดอกเพศเมียก้านดอกยาว 0.2–1 ซม. กลีบเลี้ยงรูปไข่สามเหลี่ยม ยาว 1–2 มม. มีขนด้านนอก รังไข่มีขน ก้านเกสรเพศเมียยาว 1.5–3 มม. ผลห้อยลง กลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.8–1.3 ซม. กลีบเลี้ยงติดทน ยาว 3–5 มม. เมล็ดขนาดประมาณ 3 มม. สีน้ำตาลพบที่อินเดีย ภูฏาน เนปาล ศรีลังกา บังกลาเทศ พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามชายป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น ความสูงถึงประมาณ 900 เมตร เมล็ดมีสรรพคุณบำรุงร่างกาย ใช้แทนสลอด Croton tiglium L. น้ำมันจากเมล็ดทำให้ระคายเคือง
ชื่อพ้อง Croton solanifolius Burm.
ชื่ออื่น ตองแต่ (ประจวบคีรีขันธ์); ตองแตก, ถ่อนดี, ทนดี (ตรัง, ภาคกลาง); โทะโคละ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน); นองป้อม (เลย); พอบอเจ๊าะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน); ลองปอม (เลย)
ตองแตก: ใบรูปไข่หรือรูปขอบขนาน จัก 3–5 พูตื้น ๆ ผลห้อยลง กลม มี 3 พู กลีบเลี้ยงและเกสรเพศเมียติดทน (ภาพ: ราชันย์ ภ่มา)
ไม้พุ่ม สูงได้ถึง 3 ม. ใบรูปรีหรือรูปขอบขนาน ยาว 10–20 ซม. ขอบใบจักฟันเลื่อยหรือจักมน แผ่นใบด้านล่างมีขนเอน ช่อดอกเพศผู้ยาวได้ถึง 16 ซม. ช่อดอกเพศเมียยาว 2–3 ซม. ดอกเพศผู้ก้านดอกยาว 1–3 มม. กลีบเลี้ยงรูปไข่กว้าง ยาว 1–2.5 มม. จานฐานดอกแยกเป็นต่อม 5 ต่อม เรียงเป็นวง เกสรเพศผู้ 9–21 อัน ก้านชูอับเรณูยาว 1–2 มม. ดอกเพศเมียก้านดอกยาว 1–2 มม. กลีบเลี้ยงรูปรีหรือรูปไข่ ยาว 3–8 มม. เกลี้ยงหรือมีขน รังไข่เกลี้ยงหรือมีขนประปราย ก้านเกสรเพศเมียยาว 1–3 มม. ผลตั้งขึ้น รูปรีกว้างเกือบกลม ยาว 1–1.2 ซม. กลีบเลี้ยงติดทน ยาว 5–8 มม. เมล็ดขนาดประมาณ 4 มม. สีน้ำตาลเข้มพบที่อินเดีย บังกลาเทศ เนปาล จีนตอนใต้ และพม่า ในไทยพบทางภาคเหนือแทบทุกจังหวัด ขึ้นใต้ร่มเงาในป่าดิบแล้ง และป่าดิบเขา ความสูง 650–2500 เมตร
ชื่ออื่น ตองแตกใบยาว, ตองแตกเล็ก, เปล้าดอย (ทั่วไป); เปล้าตองแตก (เชียงใหม่)
ตองแตกเล็ก: ช่อดอกเพศผู้ดอกจำนวนมาก ช่อดอกเพศเมียสั้น ผลตั้งขึ้น กลีบเลี้ยงและเกสรเพศเมียติดทน (ภาพ: ราชันย์ ภู่มา)
Phattarahirankanok, K. and K. Chayamarit. (2005). Euphorbiaceae (Baliospermum). In Flora of Thailand Vol. 8(1): 120–123.