ไม้ล้มลุก สูงได้ถึง 1 ม. มีเหง้า ไหลเรียวยาว ส่วนมากมี 4–7 ใบ แผ่นรูปขอบขนานหรือรูปใบหอก ยาว 40–90 ซม. ใบพับจีบ ก้านใบยาว 30–80 ซม. ช่อดอกแบบช่อกระจุกแน่น ออกตามซอกใบ ก้านช่อยาว 10–30 ซม. มีขนยาวสีน้ำตาลหนาแน่น ช่อรูปรีกว้าง กว้างยาว 2.5–5 ซม. ใบประดับรูปใบหอกแกมรูปไข่ ยาว 1.5–2.5 ซม. มีขนสั้นนุ่ม ก้านดอกสั้น ดอกสีเหลือง กลีบรวมมี 6 กลีบ เรียง 2 วง รูปไข่แคบ ยาวประมาณ 8 มม. ปลายกลีบมน กลีบวงนอกมีขนด้านนอก กลีบวงในมีขนที่โคนหรือบนเส้นกลางกลีบ เกสรเพศผู้ 6 อัน ติดที่โคนกลีบรวม ยาว 5–6 มม. ก้านชูอับเรณูยาวประมาณ 1 มม. อับเรณูรูปแถบ ยาวประมาณ 5 มม. รังไข่มีขน ก้านเกสรเพศเมียยาวกว่าเกสรเพศผู้เล็กน้อย ยอดเกสรเป็นตุ่ม ผลสด สีขาว เส้นผ่านศูนย์กลาง 4–5 มม. มีหลายเมล็ด ขนาดเล็ก สีดำ มีริ้ว
พบที่บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย จีนตอนใต้ ไต้หวัน พม่า ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และนิวกินี ในไทยพบทุกภาค ขึ้นตามป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา และป่าดิบชื้น ความสูงถึงประมาณ 2000 เมตร น้ำคั้นจากเหง้าแก้ตาอักเสบ ห้ามเลือด และแก้ปวดท้อง
สกุล Molineria Colla ซึ่งดอกออกเป็นกระจุกแน่นต่างจากสกุล Curculigo ที่มีช่อดอกแบบช่อซี่ร่ม และต่างจากสกุล Hypoxis ที่มีผลแห้งแตก จำนวนชนิดยังไม่แน่นอน พบในเอเชียเขตร้อน และแอฟริกา ในไทยมี 3–4 ชนิด ชื่อสกุลตั้งตามนักพฤกษศาสตร์ชาวอิตาลี Ignazio Bernardo Molineri (1741–1818)
|